หินปูน (Tartar / Calculus) คือคราบแบคทีเรียที่สะสมและแข็งตัวบนผิวฟัน ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว หากปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้เหงือกอักเสบ เหงือกร่น และนำไปสู่โรคปริทันต์ (เหงือกและกระดูกฟัน) ได้
🦠 หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ในช่องปากของเรามีแบคทีเรียหลายพันชนิด แบคทีเรียเหล่านี้รวมตัวกันเป็นคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ซึ่งมีลักษณะเป็นฟิล์มเหนียวที่ผิวฟัน หากแปรงฟันไม่ทั่วถึง คราบจะแข็งตัวกลายเป็นหินปูนภายใน 24–72 ชั่วโมง
🚨 สัญญาณที่บอกว่าต้องขูดหินปูนแล้ว
- เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน
- มีคราบสีเหลืองหรือน้ำตาลที่ไม่หายด้วยการแปรง
- ลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตลอดเวลา
- รู้สึกว่าฟันมีคราบหยาบๆ โดยเฉพาะด้านหลังฟันล่าง
- เหงือกร่นหรือฟันดูยาวขึ้นกว่าปกติ
📅 ควรขูดหินปูนบ่อยแค่ไหน?
คำแนะนำทั่วไปจากทันตแพทย์คือ ทุก 6 เดือน แต่ในบางกรณีอาจต้องทำบ่อยกว่านั้น:
- ทุก 3–4 เดือน — สำหรับผู้ที่มีโรคเหงือก หรือผู้ป่วยเบาหวาน
- ทุก 6 เดือน — สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพช่องปากดี
- ทุก 12 เดือน — สำหรับผู้ที่แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอและมีหินปูนสะสมน้อย
💡 เคล็ดลับ
การขูดหินปูนด้วยคลื่นเสียงอัลตราโซนิค (Ultrasonic Scaler) ที่คลินิกสมัยใหม่จะไม่เจ็บและเร็วกว่าการขูดด้วยเครื่องมือแบบเก่ามาก
🔬 ขั้นตอนการขูดหินปูน
- ทันตแพทย์ตรวจช่องปากและประเมินปริมาณหินปูน
- ใช้เครื่องอัลตราโซนิคสลายหินปูนด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
- ใช้เครื่องมือมือ (Hand scaler) เก็บหินปูนตามซอกฟัน
- ขัดผิวฟัน (Polishing) ด้วยครีมขัดฟันเพื่อลบคราบและทำให้ผิวเรียบ
- บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
💰 ค่าใช้จ่ายและสิทธิ์ประกันสังคม
การขูดหินปูนเป็นหนึ่งในสิทธิ์ที่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับ ปีละ 2 ครั้ง ฟรี โดยต้องไปรับบริการที่คลินิกหรือโรงพยาบาลในสัญญา
⚠️ หลังขูดหินปูน
- อาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย 1–3 วัน เพราะผิวฟันที่ถูกคราบปิดอยู่สัมผัสอากาศเป็นครั้งแรก
- หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เย็นจัด หรือเปรี้ยวจัดใน 24 ชั่วโมงแรก
✅ สรุป
- ขูดหินปูนทุก 6 เดือนเป็นมาตรฐานสำหรับสุขภาพช่องปากที่ดี
- หากมีอาการเหงือกอักเสบควรทำบ่อยขึ้น
- ผู้ประกันตนใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ปีละ 2 ครั้ง